อาหารในตู้เย็นเก็บอย่างไร? ให้นานขึ้น

บ้านคนไทยเกือบทุกบ้านน่าจะต้องมีตู้เย็นไว้เป็นเครื่องมือสำคัญในการถนอมอาหาร ซึ่งบางคนอาจมีตู้เดียวไม่พอ จำเป็นต้องมีตู้ที่ 2 ตู้ที่ 3 เพื่อที่จะสามารถเก็บอาหารทุกอย่างให้ไม่เสียได้อย่างเนิ่นนาน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการที่คุณเก็บอาหารไม่พอ อาจเป็นเพราะว่าคุณจัดระเบียบอาหารที่อยู่ในตู้เย็นได้ไม่เหมาะสม

ทำให้ของบางอย่างเสียง่าย หรือเสียก่อนเวลาที่ควรจะเป็น สุดท้ายก็ต้องโยนทิ้งไปอยู่ดี จะดีกว่ามั๊ย? ถ้าวันนี้คุณได้รู้วิธีการในการเก็บอาหารขั้นเทพ ที่จะช่วยให้อาหารสดใหม่ได้นาน กินเมื่อไหร่ก็อร่อย
1. ตั้งตู้เย็นให้ได้ระดับและได้ระยะ จากที่เรารู้กันดีว่า “ไม่ควรวางตู้เย็นให้ชิดกำแพงมากเกินไป“ เพื่อเหลือที่เอาไว้ระบายความร้อน อีกหนึ่งสิ่งที่ควรรู้ ก็คือ “ควรวางตู้เย็นให้ด้านหน้าของตู้เย็นอยู่สูงกว่าด้านหลังเล็กน้อย“ เพื่อเวลาที่เปิดและปิดตู้เย็นเมื่อไหร่ บานประตูตู้เย็นจะปิดเองอัตโนมัติ
2. เปลี่ยนยางขอบตู้เย็น การที่ตู้เย็นปิดไม่สนิท จะทำให้ความเย็นรั่วไหลออกมา และทำให้อาหารเสียเร็วขึ้น ดังนั้น หากรู้สึกว่าตู้เย็นปิดไม่ค่อยสนิท ก็ควรตรวจสอบสภาพยางขอบตู้เย็นว่ายังมีสภาพการใช้งานได้ดีตามปกติหรือไม่
3. ปรับระดับอุณหภูมิให้เหมาะสม อย่าคิดว่ายิ่งปรับเย็นเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะถ้าเย็นเกินไปจะทำให้ตู้เย็นเสียง่าย และอาหารบางอย่างก็ไม่ต้องการความเย็นจัด อุณหภูมิในตู้เย็นที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 2-4 องศาเซลเซียส เพราะเป็นอุณหภูมิที่พอเหมาะต่อการรักษาคุณภาพอาหาร และช่วยยืดอายุอาหารได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาปริมาณของอาหารที่ถูกยัดในตู้เย็นด้วย หากเก็บของเยอะๆก็ควรจะปรับอุณหภูมิให้ต่ำลงอีกสักนิด เพื่อให้อาหารทุกชิ้นได้รับความเย็นอย่างเหมาะสม แต่ทางที่ดีที่สุดก็คือ การหลีกเลี่ยงการเก็บของที่มากเกินไป ตู้เย็นจะได้มีช่องว่างให้อากาศข้างในไหลเวียนได้สะดวกยังไงละ
4. อย่าแช่ขวดน้ำหวาน นมสดในแนวนอน บางครั้งที่เก็บขวดน้ำข้างตู้เย็นอาจไม่เพียงพอ ทำให้หลายคนเลือกที่จะวางขวดน้ำในแนวนอน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วได้ ขวดน้ำเปล่าสามารถวางนอนได้ แต่ขวดน้ำหวาน ขวดไวน์ ขวดนมสด หรือเครื่องดื่มที่อาจเน่าเสียได้ง่าย ที่เปิดดื่มแล้วไม่ควรวางแนวนอนเด็ดขาด!
ทั้งนี้ก็เพราะขวดน้ำดื่มเหล่านี้มีโอกาสที่ฝาขวดจะเปิดออก หรือมีโอกาสที่อากาศจะเล็ดลอดเข้าไปในขวดได้ ซึ่งการวางแนวนอนก็จะทำให้เครื่องดื่มเน่าเสียได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม
5. จัดวางตามโซนที่เหมาะสม ไม่ใช่ว่าจะวางอาหารตรงไหนก็วางได้นะคะ เพราะตำแหน่งแต่ละที่ของตู้เย็นมีอุณหภูมิไม่เท่ากัน เราจึงควรแช่ของหรืออาหารให้ถูกตำแหน่ง เช่น
-เนื้อสัตว์ นมสด ควรแช่ในช่องใต้ช่องแช่แข็ง เพราะเป็นอาหารที่เน่าเสียง่ายที่สุด
-ผักสด ควรแช่ช่องด้านล่างสุด เพราะหากผักได้รับความเย็นมากไปจะทำให้เสียสภาพได้
6. มาก่อนกินก่อน อย่าสักแต่ว่ายัดอาหารเข้าไปในตู้เย็นให้ได้มากที่สุด แต่ควรหมั่นตรวจเช็กวันหมดอายุของอาหารแต่ละอย่างด้วย จะแปะวันที่ซื้อหรือย้ายอาหารที่ใกล้หมดอายุออกมาวางไว้ในส่วนหน้าของตู้เย็นก็ได้ สิ่งนี้จะช่วยให้เราทานอาหารไล่เรียงตามเวลาที่เหมาะสมได้
7. แยกอาหารเป็นสัดส่วน จะดีมากเลยถ้าคุณรู้จักนำกล่องพลาสติกใสมาเป็นอุปกรณ์เสริมในการจัดเก็บอาหาร เช่น กล่องเนื้อสัตว์ กล่องผัก กล่องผลไม้ เป็นต้น
8. ใช้แผ่นรองกันกระแทก เพื่อป้องกันไม่ให้ผักและผลไม้ช้ำก่อนที่จะได้รับประทานมัน เราแนะนำให้คุณซื้อพลาสติกกันกระแทกมาปูรองในช่องเก็บผักไว้ก่อนด้วย สิ่งนี้จะช่วยลดการกระแทกหรือการเสียดสีระหว่างผักผลไม้ได้
9. ไม่ใช่ว่าผักผลไม้จะรวมกันได้ทั้งหมด ไม่แน่ใจว่าคุณเคยทราบหรือไม่ว่า “ผักผลไม้หายใจได้. ซึ่งการที่มันหายใจออกมาอาจส่งผลกระทบต่อเพื่อนๆที่อยู่ข้างๆได้ โดยผักหรือผลไม้แต่ละชนิดจะมีการปล่อยก๊าซเอธิลีนที่มีผลต่อการสุกของผักผลไม้ออกมาในระดับต่างกัน เป็นเหตุผลให้จำเป็นต้องเก็บผักแยกตามระดับเอธิลีนนั่นเอง
หากคุณไม่อยากให้ผักผลไม้สุกเร็ว หรือเสียก่อนเวลา ต้องแบ่งเก็บผลไม้ตามระดับการปล่อยเอธิลีน ดังตัวอย่างนี้